วิสัยทัศน์และพันธกิจ

ดำเนินธุรกิจลงทุนในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง (Construction Contractor)

ขยายการลงทุนไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้องหรือสนับสนุน โดยมุ่งเน้นพัฒนาผลงานให้ มีคุณภาพ ซื่อสัตย์ ตรงเวลา ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากลเป็นที่น่าเชื่อถือ สามารถตอบสนองความความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน และสามารถ สร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าได้อย่างสูงสุด

ดำเนินธุรกิจโดยมีการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ

มีความน่าเชื่อถือ และยึดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน และมีธรรมภิบาล รวมทั้งปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น (Shareholder) และผู้ที่ส่วนได้เสีย (Stakeholder)

ดำเนินการพัฒนาบุคลากร

โดยการเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพด้านการทำงาน รวมถึงการสร้างขวัญกำลังใจในการทำงาน เน้นการทำงานอย่างมีความสุข ควบคู่ไปกับการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต

มองหาโอกาสทางธุรกิจ

ขยายและต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัท และพัฒนาให้มีความเชี่ยวชาญ ชำนาญเฉพาะด้าน โดยได้มาตรฐานสากลและเป็นผู้นำในตลาดนั้นๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและประสิทธิภาพ (Synergy) ของธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัท

ปรับรูปแบบการบริหารและการสื่อสารในองค์กร

ให้มีความคล่องตัว รวดเร็วและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยส่งเสริมการสื่อสารภายในองค์กรทั้งแบบเป็นทางการและแบบไม่เป็นทางการ มุ่งเน้นการบริหารค่าใช้จ่ายและลดต้นทุน รวมถึงการรักษากระแสเงินสดและควบคุมความเสี่ยงด้านสินเชื่ออย่างระมัดระวัง

เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤต

โดยเฉพาะการระบาดของสถานการณ์โควิด 19 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อทั้งธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง บริษัทมุ่งรักษาความสามารถในการทำกำไรของกิจการภายใต้ช่วงวิกฤต ร่วมไปกับการรักษาความปลอดภัยและดูแลสุขภาพของบุคคลากรในองค์กร

เป้าหมาย

กลุ่มบริษัทมีเป้าหมายในการเป็นผู้นำทางธุรกิจ ในกลุ่มธุรกิจการให้บริการรับเหมา ก่อสร้าง (Construction Contractor) ซึ่งตั้งเป้าหมายในการขยายธุรกิจไปสู่โครงการที่มีมูลค่าสูงขึ้น และหลากหลายมากขึ้น โดยมีวิสัยทัศน์ในการประกอบธุรกิจที่เน้นการเป็นผู้ให้บริการที่มีคุณภาพ ใส่ใจความต้องการของลูกค้า ประกอบกับการบริหารงานที่ดี มีการควบคุมกระบวนการทำงาน ทั้งด้านการบริหารและการจัดการโครงการก่อสร้างทีมีประสิทธิภาพ และได้มาตราฐานสากล รวมถึงการเข้าไปมีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าด้านงานก่อสร้าง งานออกแบบต่างๆ ทั้งวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม

ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโครงการทุกประเภทและงานออกแบบ
  • บริษัท ไทย อิงเกอร์ จำกัด (TEC)

TEC เป็นผู้ให้บริการรับเหมาก่อสร้างงานวิศวกรรมโยธาทุกประเภท รวมทั้งงานออกแบบวิศวกรรม และงานออกแบบสถาปัตยกรรม สามารถแบ่ง ได้เป็น 4 ลักษณะโครงการดังนี้

  • งานให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการโรงแรม รีสอร์ท
  • งานให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการอาคารสำนักงาน และอาคารอื่นๆ
  • งานให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภค และกลุ่มงานภาครัฐ
  • งานให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการและงานอื่นๆ
ธุรกิจสนับสนุนงานรับเหมาก่อสร้าง โครงการทุกประเภทและงานออกแบบ
  • บริษัท ทีอีจี อลูมินั่ม จำกัด (TEG)

เป็นบริษัทย่อยซึ่งถือหุ้นโดย TEC ร้อยละ 99.99 ประกอบธุรกิจออกแบบและผลิต พร้อมติดตั้งอุปกรณ์จากกระจกและอลูมิเนียมสำหรับงานสถาปัตยกรรม เช่น งานประตูจากอลูมิเนียม งานหน้าต่างจากอลูมิเนียม ผนังกระจก (Glass Curtain Wall) และแผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิท (Aluminum Composite Cladding) เป็นต้น

  • บริษัท คอนส์ อินโน จำกัด (CONS INNO)

ประกอบธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมก่อสร้าง ในปัจจุบันบริษัทดังกล่าวเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าประเภท Synthetic fiber จากบริษัท FORTA Corporation และผลิตภัณฑ์ Chemical anchoring และ Structural Applications จาก Illinois Tool Works (ITW) การจัดตั้งบริษัทดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ บริษัทเพื่อขยายฐานธุรกิจไปยัง ธุรกิจด้านนวัตกรรมการก่อสร้าง ซึ่งกำลังเติบโต

กลุ่มบริษัทร่วมที่ดำเนินธุรกิจอื่น
  • บริษัท ออปติไวส์ จำกัด

ซึ่งเป็นบริษัทร่วมซึ่งจัดตั้งเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2562 และถือหุ้นโดย TIGER ร้อยละ 40 (อีกร้อยละ 60 ถือหุ้นโดยนิติบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องแห่งหนึ่ง) บริษัทดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการจัดการข้อมูลและการสื่อสารองค์กร

จุดเด่นและศักยภาพการแข่งขัน

1. บุคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ
  • ผู้บริหารเป็นผู้ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี
  • ทีมวิศวกรมีความชำนาญด้านงานวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคาร และงานโยธาทุกประเภท ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้งานก่อสร้างสำเร็จลุล่วง
2. การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้า (Partner)
  • สร้างความประทับใจ และความพึงพอใจด้านงานบริการให้แก่เจ้าของโครงการเพื่อให้เกิดการบอกต่อ
  • รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ในแต่ละโครงการก่อสร้างเพื่อสร้างโอกาศทางธุรกิจ
3. งานบริการที่มีคุณภาพ
  • ทีมวิศวกรและทีมผู้บริหารร่วมกันจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ ร่วมกันวางแผนงานก่อสร้าง และคำนวนต้นทุนที่แม่นย่ำมากที่สุด ทำให้สามารถเสนอราคาที่เหมาะสมที่สุดให้แก่ลูกค้าได้
4. การบริการหลังการส่งมอบงาน
  • มีทีมงานที่มีใจรักในงานบริการ คอยดูแลช่วยเหลือ และให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าที่อาจประสบปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากการส่งมอบงานซึ่งจะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ และการบอกต่อ
5. การใช้ระบบสารสนเทศในการบริหารจัดการ
  • มีการนำระบบทางด้านสารสนเทศ เข้ามาใช้ในการตรวจสอบและติดตามความคืบหน้าของโครงการรับเหมาต่างๆ ซึ่งทำให้ผู้บริหารรับทราบถึงการดำเนินการของโครงการแต่ละโครงการอย่างต่อเนื่องและแก้ปัญหาได้อย่างทันเวลา
6. บริษัทมีการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมคุณค่า (Value engineering)
  • ในการวิเคราะห์และคำนวนความเหมาะสมด้านการใช้งานอาคาร เช่น ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อเสนอแนะให้เจ้าของโครงการสามารถประหยัดต้นทุนในการก่อสร้างให้มีความเหมาะสม ในขณะที่ยังรักษาประสิทธิภาพการใช้งานของตัวอาคารให้เป็นไปตามที่กำหนดได้

ผังโครงสร้างองค์กร

โครงสร้างการจัดการของบริษัทฯ ประกอบด้วยคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมชุดย่อย จำนวน 2 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ และ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

ประวัติความเป็นมา

2545
2559
2561
2562
2563
2545
เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2545 กลุ่มผู้มีประสบการณ์ด้านวิศวกรรมก่อสร้างและสถาปนิก โดยนายจตุรงค์ ศรีกุลเรืองโรจน์ และนายกิตติ ดุษฎีพฤฒิพันธุ์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง บริษัท ไทย อิงเกอร์ จำกัด (“TEC”) เพื่อดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโครงการทุกรูปแบบรวมถึงให้บริการด้านงานออกแบบ โดยในช่วงแรก จะเป็นการให้บริการงานรับเหมาก่อสร้างงานโครงการหมู่บ้านจัดสรรในกรุงเทพและปริมณฑลเป็นหลัก
2559
หลังจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของบริษัทประสบผลสำเร็จและเป็นที่ยอมรับจากอย่างกว้างขวาง ทั้งจากลูกค้านักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการบ้านจัดสรรชั้นนำ บริษัทออกแบบที่มีชื่อเสียง รวมถึงลูกค้าการก่อสร้างบ้านเดี่ยวราคาสูง (High-End Home) บริษัท จึงได้ต่อยอดการดำเนินธุรกิจให้ครบวงจรมากขึ้น โดยในปี 2559 ได้ลงทุนในธุรกิจออกแบบและผลิตอุปกรณ์จากอลูมิเนียมสำหรับงานสถาปัตยกรรมและงานตกแต่งในนาม บริษัท ทีอีจี อลูมินั่ม จำกัด (“TEG”) และในปีเดียวกัน ได้จัดตั้งบริษัท ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (“TIGER”) เพื่อถือหุ้นในบริษัท TEC และ TEG เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจและการลงทุนในอนาคต
2561

ในปี 2561 ซึ่งเป็นปีที่ 16 ของการดำเนินธุรกิจของบริษัท TIGER ได้มีมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้แปรสภาพบริษัทเป็นบริษัทมหาชน และเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดเอ็ม เอ ไอ ในเดือน ตุลาคม 2561 ภายใต้ตัวอักษรย่อ “TIGER”และเริ่มทำการซื้อขายหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนตั้งแต่ วันที่ 24 ตุลาคม 2561 เป็นต้นมา

ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจหลักและต่อยอดไปยังธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวช้อง TIGER ได้จัดตั้งและเข้าร่วมลงทุนในบริษัทต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2561 ได้จัดตั้ง บริษัท ทีอี แมค จำกัด (“TEM”) เพื่อประกอบธุรกิจออกแบบผลิตพร้อมติดตั้งระบบน้ำดีและน้ำเสีย รวมทั้งจัดหาและจำหน่ายวัสดุและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างอื่นๆ

2562
ในปี 2562 ได้เข้าลงทุนในบริษัท ออปติไวส์ จำกัด (“OPTIWISE”) ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ที่ดำเนินธุรกิจให้บริการจัดการข้อมูลและการสื่อสารองค์กร
2563
ในปี 2563 ได้เข้าร่วมลงทุนในบริษัท บริษัท คอนส์ อินโน จำกัด (“CONS INNO”) เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายสินค้าประเภทนวัตกรรมก่อสร้าง ซึ่งทั้งหมดนี้ จะเป็นธุรกิจพื้นฐานใหม่ของบริษัทที่จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานที่ผ่านมา ให้สามารถรองรับรูปแบบการดำเนินชีวิตและการทำธุรกิจในโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเข้าสู่โลกของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบ